การนับจำนวนวันด้วย ฟังก์ชั่น DATEDIFF ใน Excel


สำหรับการนับจำนวนวันใน EXCEL นั้นมีประโยชน์มากเลยในการทำงานเกี่ยวกับฐานข้อมูลเพราะจะช่วยให้เราทราบระยะเวลาในการดำเนินงานเกี่ยวกับโครงการต่างๆ และสามารถนำไปวิเคราะห์ได้  ในบทความนี้นายแมลงโม้จะขอจำลองเหตุการณ์เป็นการคำนวณระยะเวลาที่พนักงานทำงานในบริษัท โดยการนำวันที่เริ่มงานมาตั้งเป็นวันเริ่มต้นและคำนวนหา อายุงานของพนักงานแต่ละคนโดยใช้ ฟังก์ชั่น DATEDIFF นั้นเอง ซึ่งไวยากรณ์ของมันมีอยู่ว่า 
=DATEDIF(วันเดือนปีเริ่มต้น,วันเดือนปีที่สิ้นสุด,”Unit”)&”คำลงท้าย”

 เช่นหากเราต้องการคำนวนหาจำนวนปี =DATEDIF(วันเดือนปีเริ่มต้น,วันเดือนปีที่สิ้นสุด,"Y")&"ปี"

*เราสามารถแทนที่วันที่ปัจุบันโดยใช้คำว่า TODAY แบบตัวอย่างด้านล่าง ซึ่งในตัวอย่างTODAYก็คือวันที่นายแมลงโม้เขียนบทความนี้นั่นก็คือวันที่ 16/12/2017 ครับ 

ตัวอย่างเช่น  =DATEDIF(A2,TODAY(),"Y")&" ปี "

หากเราต้องการคำนวนเพื่อทราบจำนวนปีเราก็ใส่วันที่พนักงานเริ่มงานไว้ที่ คอลัมน์Aเซลที่2 ดังภาพประกอบ
จากนั้นในคอลัมน์ฺBเซลที่2  เราก็จะใส่สูตรไปว่า =DATEDIF(A2,TODAY(),”Y”)&” ปี ”  และนอกจากนี้เรายังสามารถเขียนฟังชั่นต่อๆกัน เป็นการคำนวนระบุ จำนวนอย่างละเอียดทั้ง ปี,เดือน,วันได้อีกด้วย โดยเพียงแค่ใช้คำสั่ง DATEDIFF ในรูปแบบ UNIT ต่างๆกันแล้วนำมาเชื่อมต่อกันด้วยสัญลักษณ์ & เช่นกับภาพประกอบ

ตัวอย่างสูตรที่ใช้

=DATEDIF(A2,TODAY(),”Y”)&” ปี “&DATEDIF(A2,TODAY(),”YM”)&” เดือน “&DATEDIF(A2,TODAY(),”MD”)&” วัน”

รูปแบบ UNIT ต่างๆเพิ่มเติมที่ใช้ใน ฟังก์ชั่น DATEDIFF
“Y”           จำนวนปีแบบเต็มในช่วงเวลา
“M”          จำนวนเดือนแบบเต็มในช่วงเวลา
“d”            จำนวนวันในช่วงเวลา
“MD”       ผลต่างระหว่างจำนวนวันใน start_date และ end_date โดยไม่สนใจเดือนและปีของวันที่ทั้งสองวัน
“YM”       ผลต่างระหว่างจำนวนเดือนใน start_date และ end_date โดยไม่สนใจวันและปีของวันที่ทั้งสองวัน
“YD”        ผลต่างระหว่างจำนวนวันของ start_date และ end_date โดยไม่สนใจปีของวันที่ทั้งสองวัน

Reviews

  • Total Score 0%
User rating: 0.00% ( 0
votes )


นายแมลงโม้

นายแมลงโม้ก็เป็นคน คนหนึ่งที่อยากระบายอารมณ์ลงบนบล๊อกสวยๆ พูดจากับเพื่อนๆ ได้ผ่อนคลาย ถึงแม้ว่าบางครั้งเพื่อนๆจะรำคาญนายแมลงโม้ก็ตาม 55555 นายแมลงโม้ก็ยังอยากจะโม้ต่อไป

Related articles